NerdOptimize.com Facebook ad: “𝐀𝐈 𝐌𝐨𝐝𝐞 จะมาเปลี่ยน 𝘾𝙪𝙨𝙩𝙤𝙢𝙚𝙧 𝙅𝙤𝙪𝙧𝙣𝙚𝙮…”

Running for 433 days since July 24, 2025. Crush last saw it on September 30, 2026.
Run by NerdOptimize.com on Facebook. Crush is not the advertiser and does not verify its claims. See this ad in Meta's Ad Library(opens in a new tab)
Want an ad like this for your product?
Crush makes new ad images for your product from this ad: your logo, your product photo, your offer.
Trials from $19.95 USD, then $79.95 USD a month. Cancel anytime.
About this ad
- Meta Ad Library ID
- 1031709722093209
- Platforms
- Relaunches
- 0
- Niche
- AI & Software
Ad text
🧩𝐀𝐈 𝐌𝐨𝐝𝐞 จะมาเปลี่ยน 𝘾𝙪𝙨𝙩𝙤𝙢𝙚𝙧 𝙅𝙤𝙪𝙧𝙣𝙚𝙮 จริงหรือ? นักทำ 𝙎𝙀𝙊 ต้องปรับตัวแบบไหน? มาดูมุมมองเจาะลึกจากทีม 𝗦𝗘𝗢 ของ 𝗡𝗲𝗿𝗱𝗢𝗽𝘁𝗶𝗺𝗶𝘇𝗲 กัน⚙️ 🔍เมื่อคืนนี้ที่งาน Google I/O 2025 งานใหญ่ประจำปีที่รวมการเปิดตัวนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดจาก Google — หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตาคือ AI Mode ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Search ที่หลายคนอาจมองว่าการเข้ามาของ AI Mode เปลี่ยนการทำงานของ SEO ไป เพราะนี่ไม่ใช่แค่การค้นหาข้อมูลแบบเดิมอีกต่อไป แต่คือการใช้ AI ขั้นสูงอย่าง Gemini 2.5 มาทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” ที่เข้าใจเรา คิด วิเคราะห์ และสรุปผลได้อย่างเป็นระบบ AI Mode ช่วยให้การค้นหายาวขึ้น ลึกขึ้น และมีความต่อเนื่องมากขึ้น✨ . ซึ่งตัว AI Mode 🤖เวอร์ชันใหม่นี้ ก็เปิดให้ใช้งานเต็มรูปแบบแล้วในสหรัฐฯ และตัว CEO ของ Google อย่าง Sundar Pichai ก็มี Mention มาด้วยนะครับว่าเขาใช้งาน AI Mode เป็นประจำ และสิ่งนี้ทำให้เขาเปลี่ยนวิธีที่ใช้ Google แบบเดิม ๆ ไปเลย . ถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะเริ่มสงสัยแล้วว่า แล้ว AI Mode จะเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้ยังไง? แล้วจะกระทบกับ Customer Journey ในแต่ละขั้นตอนได้มากแค่ไหน?🤔 . 💡วันนี้ NerdOptimize มี Insights ที่น่าสนใจจากทีม SEO Specialist ของเรา มาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ว่าโลกของการค้นหาที่มี AI เข้ามาเกี่ยวข้องเต็มรูปแบบ จะทำให้ฝั่งแบรนด์และนักทำ SEO ต้องคิดและปรับกลยุทธ์ SEO กันใหม่อย่างไรบ้าง . 👨💻มุมมองแรกจาก ‘คุณทอย’ 𝙎𝙀𝙊 𝙎𝙥𝙚𝙘𝙞𝙖𝙡𝙞𝙨𝙩 𝙏𝙚𝙖𝙢 𝙇𝙚𝙖𝙙 จาก 𝙉𝙚𝙧𝙙𝙊𝙥𝙩𝙞𝙢𝙞𝙯𝙚 ได้แชร์ว่า “พฤติกรรมของ User จะเปลี่ยนไป เพราะมองว่าตัวนี้จะต่างจาก AI Overview ที่มีการแสดงผลลัพธ์เพียงแค่ด้านบน จึงทำให้เว็บไซต์ของเรายังมีโอกาสที่จะปรากฎขึ้น แต่ตัว AI Mode นั้นจะทำให้หน้า SERPs เดิมถูกเปลี่ยนไป กลายเป็นเนื้อหาที่ Generate ออกมาโดย AI ซึ่งก่อนหน้านี้ แม้เราจะมี Gemini หรือ ChatGPT มันไม่ได้แสดงให้เราเห็นชัดเจนว่าต้องเข้าตรงไหนยังไง แต่ตอนนี้ Google เลือกฟีเจอร์นี้มาเพิ่มใน Search Box เลย ซึ่งเป็นช่องที่คนบนโลกส่วนใหญ่ใช้ 🌐 ยิ่งถ้า AI Mode ใช้งานได้สะดวกกว่า และให้ข้อมูลได้ตรงกับความต้องการของ User แล้วด้วยแบบนี้ มีแนวโน้มสูงที่ Search Behavior จะเปลี่ยนไป และมันต่างจาก AI Overview ตรงที่ไม่ว่าจะเป็น Keyword Funnel ไหนมองว่าก็จะถูก Generate คำตอบออกมาทั้งหมด แน่นอนว่าแนวทางในการทำ SEO ต้องเปลี่ยนไป เป้าหมายนอกจากให้ติดอันดับบน Google แล้ว ยังต้องทำยังไงให้ Google ดึงเราไปเป็น Reference หรือกล่าวถึง Brand ของเราเมื่อมีคน Search 🚀 สุดท้ายทางคุณทอยมองว่าเรื่องนี้ต้องดูผลในระยะยาวว่า User จะกดใช้ AI Mode กันเยอะไหม ถ้า Data หลังการ Launch ในไทยออกมาเยอะจริง มองว่าจะกระทบกับ SEO ค่อนข้างมาก เพราะหน้า Search แบบปกติ จะถูกแทนที่ด้วย AI Mode ไปเลย 📊 . 👩🏼🦰ถัดมาในฝั่งของ 'คุณนาว' 𝙎𝙚𝙣𝙞𝙤𝙧 𝙎𝙀𝙊 𝙎𝙥𝙚𝙘𝙞𝙖𝙡𝙞𝙨𝙩 ได้เสริม Insight ที่น่าสนใจว่า “ตั้งแต่ Google ปล่อย AI Overview ออกมา CTR ของ ผลการค้นหาอันดับ 1 ก็ลดลงประมาณ 34.5 % (อ้างอิงจาก ahrefs (https://ahrefs.com/blog/ai-overviews-reduce-clicks/) พอ AI mode ที่ถามคำถามได้ลึกขึ้นได้มาคิดว่า CTR ก็อาจจะลดลงไปอีก และยอดผู้ที่ถามคำถามต่าง ๆ กับ AI ตัวอื่น ๆ เช่น ChatGPT, Perplexity ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นว่า User สมัยนี้ต้องการข้อมูลที่กระชับ เข้าใจง่าย และย่อยข้อมูลได้ไว⚡ ทั้งนี้คิดว่า SEO ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์โดยทีเดียว เพราะข้อมูลที่ AI mode ดึงมาก็คือข้อมูลจาก หน้า SERP ของ Google เอง และจาก Trailer AI mode ก็จะเห็นว่า Google ให้ Source ข้อมูลนั้นไว้ หากใครต้องการข้อมูลที่ลึกขึ้นก็สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ และสำหรับ User ที่ต้องการข้อมูลที่มีแหล่งที่มาชัดเจนก็คงจะคลิกเข้าเว็บไซต์อยู่บ้าง🔗 อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องบอกตรง ๆ ว่าการมาของ AI Mode อาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้ Organic Traffic ของเว็บไซต์ที่ได้รับจากหน้า Search Result จะน้อยลง แต่ก็จะไม่หายไปเลย เพราะถ้า Content หายไปเลยก็จะไม่มี Source ให้ AI ดึงข้อมูลมา สำหรับผู้ที่ทำ SEO ควรเริ่มปรับตัวด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบ Content เนื้อหาอาจจะไม่จำเป็นต้องมากแบบเดิม แต่ควรมีความกระชับ และตอบคำถาม User ได้ดี อีกทั้งการที่ AI Mode รองรับ Query ที่ยาว อาจหมายถึง Longtail Keyword จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แนวทางการทำ Content ในอนาคตอาจจะปรับเปลี่ยนไปเพื่อตอบสนองต่อ Longtail Keyword ✍️ . 🙋🏼♂️และปิดท้ายด้วยมุมมองจาก ‘คุณอาร์ม’ 𝙎𝙀𝙊 𝙎𝙥𝙚𝙘𝙞𝙖𝙡𝙞𝙨𝙩 อีกคนของทีมที่วิเคราะห์ได้น่าสนใจไม่น้อยว่า “User Search Behavior จะมีการเสิร์ชแบบ Specific และ Longtail มากขึ้น สิ่งสำคัญคือการ Scroll Down บนหน้า SERPs ของ User จะลดลงเนื่องจาก AI Panel ที่แสดงผลอยู่บนสุดของหน้า SERPs สามารถตอบคำถามของ User ได้ครบแล้ว ส่งผลให้เว็บไซต์แบบ Organic มีโอกาสสูงที่ Impression และ Click จะลดลงลงครับ📉 ส่วนผลกระทบกับ Customer Journey แน่นอนว่าจะแตกต่างไปจากเดิมที่แต่ก่อน User เสิร์ชหาข้อดีข้อเสีย, รีวิว, เปรียบเทียบ ของ Product ก่อนตัดสินใจซื้อ --> เสิร์ชหาเว็บไซต์ E-commerce เพื่อดู Product แล้วกดสั่งซื้อ💸 แต่พอการเข้ามาของ AI Mode ที่มีจุดเด่นในเรื่องของ Deep Search จึงทำให้ AI Mode สามารถเข้าไปสรุปข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ออกมาในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และ Visualize data ออกมาเป็นภาพ ให้กับ User เลย ที่สำคัญยังมีการแนบ CTA เพื่อให้ User สามารถเข้าสู่ Purchase Method ได้ทันที และง่ายต่อ User Experience ครับ🎯 . 😎และนี่ก็เป็นมุมมองของทีม SEO Specialist ของ NerdOptimize กับประเด็นเรื่อง AI Mode นะครับ จากเนื้อหาทั้งหมดก็คงสรุปได้ว่า การทำ SEO หลังการเข้ามาของยุค AI อาจจะทำให้ Traffic ลดลงแน่ แต่ถ้าแบรนด์ของเราถูก Mention (ถูกพูดถึง) โดย AI Mode ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะ Turn เป็น Traffic หรือ ยอดขายจำนวนมหาศาลกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณก็เป็นไปได้ครับ🌟 . 🌏ถ้าใครรู้แบบนี้แล้ว อยากเตรียมการทำ SEO ให้ทรงพลัง รองรับการเข้ามาถึงของ AI Mode และ AI Search สามารถมาพูดคุย ปรึกษากับ NerdOptimize ได้เลยนะครับ https://rebrand.ly/line-add-722fd6 เรายินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยทีม SEO มืออาชีพ ตอบเองทุกเคสแน่นอนครับ 🚀 #GoogleIO2025 #Gemini #GoogleAIMode #AISearch #SEOAI #NerdOptimize #SEOAgency #SEOSpecialist











