

Active· since Jul 19, 2025
- 420
- days running
- 1
- relaunches
Ad copy
บทเรียน 𝐒𝐄𝐎 ติดที่ 𝟏 𝐠𝐨𝐨𝐠𝐥𝐞 𝟏𝟎 ปีใน 𝟑𝟎 ข้อ ⏱️อ่านไม่เกิน 𝟓 นาที “𝐙𝐞𝐫𝐨 𝐭𝐨 𝐎𝐧𝐞” . ใครเพิ่งเข้ามาทำงานสายการตลาด เว็บไซต์ คอนเทนต์ อยากทำให้เว็บไซต์ของเราติด Google . Nerd สรุปสกิลที่คิดว่าควรมีมาให้ครับ ทุกสกิล Nerd ใช้จริงอยู่ในปัจจุบัน อ่านจบ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจทีละส่วนได้ครับ แบ่งไว้เป็น 7 Step . ใครอ่านจนจบเกิน 5 นาที Comment ทิ้งไว้ได้นะครับ 😂 . 👉𝐭𝐢𝐞-𝐢𝐧 : เรียน 𝐒𝐄𝐎 ตั้งแต่ 𝐁𝐚𝐬𝐢𝐜 จนถึง 𝐀𝐝𝐯𝐚𝐧𝐜𝐞 นำไปทำจริงได้ ตอนนี้เรามีคอร์สออนไลน์ 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐭𝐞𝐠𝐢𝐜 𝐒𝐄𝐎 𝐟𝐨𝐫 𝐁𝐮𝐬𝐢𝐧𝐞𝐬𝐬 𝐆𝐫𝐨𝐰𝐭𝐡 𝐰𝐢𝐭𝐡 𝐀𝐡𝐫𝐞𝐟𝐬 ราคา 𝟒,𝟗𝟗𝟎 บาท . อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://nerdoptimize.com/ahrefs-seo-course/ . Step 1 :เริ่มต้นที่เรื่อง Mindset และ Foundation . 📈 1. มีความเข้าใจธุรกิจและการตลาดภาพรวม . 📌 ไม่ใช่แค่รู้ว่าเว็บทำเกี่ยวกับอะไร แต่ต้องรู้ลึกถึงเป้าหมายธุรกิจ! เช่น สินค้าไหนอยากขาย, บริการไหนอยากดันเป็นพิเศษ, กลุ่มลูกค้าคือใคร? SEO จะได้โฟกัสถูกจุด ช่วยให้ยอดขายปังจริง! . คนทำ SEO ต้องเข้าใจธุรกิจของเว็บไซต์ที่เราจะทำด้วย เพราะเวลาที่ผู้บริหารต้องการผลักดันยอดขายของสินค้าหรือบริการใดก็ตาม . กลยุทธ์ในการทำ SEO เราก็ควรมุ่งเน้นไปที่สิ่งนั้นด้วยคับ เช่น เจ้าของธุรกิจให้เราทำตัวที่ยอดขายสูง ๆ ก่อน . 🔍 2. ทำความเข้าใจพื้นฐานการทำ SEO . 📌 SEO คือ การปั้นเว็บให้ติดอันดับดีบน Google ทำงานผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก Crawl (ส่งบอทมาเก็บข้อมูลเว็บเรา), Index (นำข้อมูลไปจัดหมวดหมู่ในฐานข้อมูล), Rank (จัดอันดับเว็บเมื่อมีคนค้นหา) Google ชอบเนื้อหาดี, อ่านง่าย, เว็บใช้ง่าย, น่าเชื่อถือ, ปลอดภัย . Best Practice วิธีทำ SEO เน้นคนใช้ วิเคราะห์ Search Intent, หา Keyword, ทำคอนเทนต์คุณภาพ ตรงกันกับ Search Intent, ปรับ On-Page ให้ถูกต้องมีองค์ประกอบครบ, เว็บเร็ว , เว็บไซต์ปลอดภัย ไม่มีมัลแวร์, ทำ Backlink คุณภาพสูง, วัดผลเสมอ และปรับปรุงกลยุทธ์ SEO พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น . เรียนรู้ เข้าใจคำศัพท์ของการทำ SEO อ่านได้ที่ https://ahrefs.com/seo/glossary . 🤔 3. มี Critical Thinking กับ Problem-Solving . 📌 ตลอดเวลาการทำ SEO อันดับขึ้นลงเป็นเรื่องปกติเลยครับ (ถ้าเว็บเราไม่ได้มีอะไรผิดปกติจริง ๆ) ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ต้องคิดวิเคราะห์ หาสาเหตุให้เจอแล้วหาทางแก้ไขให้ตรงจุด. . 📚 4. Self-Learning กับ Continuous Learning . 📌 ตลอด 10 ปี Nerd เจอเรื่องใหม่ ๆ ในทุกวันเลยคับ การติดตามข่าวสารเลยเป็นเรื่องสำคัญมาก มักจะติดตามอยู่ 2 รูปแบบคับ 1 นักทำ SEO ที่ชอบแชร์ความรู้ เช่น Ahrefs Channel, Nathan Gotch, Brian Dean, Neil Patel, Matt Diggity, Koray . ส่วนของเว็บไซต์ที่ไว้ใช้อัปเดต Nerd ใช้ Feedly ในการรวมบทความเกี่ยวกับ SEO ไว้คับ เช่น Backlinko, Search Engine Journal, Ahrefs Blog, Search Engine Roundtable . Step 2 : เรื่องกลยุทธ์และการเก็บข้อมูล . 🎯 5. การวางแผนกลยุทธ์ SEO . Nerd ใช้ SEO Goal Pyramid Framework ครับมี 3 องค์กระกอบ Process, Performance และ Outcome . 📌Outcome (ผลลัพธ์ทางธุรกิจ): SEO ต้องช่วยให้ธุรกิจโต! เช่น ยอดขายเพิ่ม, ได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม. ตั้งเป้าให้ชัดแบบ SMART Goals (เช่น "เพิ่ม Organic Traffic 30% ใน 6 เดือน"). . ผลลัพธ์ที่เป็นยอดขายไม่ออก ธุรกิจก็ไม่มีเงินมาจ้างคนทำ SEO ครับ . 📌Performance (ตัวชี้วัดผลักดัน): เพื่อให้ Outcome เกิด ต้องทำอะไรบ้าง? เช่น ต้องได้ Backlink เดือนละกี่ลิงก์? ต้องลงบทความกี่ชิ้น? List ชิ้นงานทั้งหมดออกมาครับ . 📌Process (สิ่งที่ต้องทำ): เพื่อให้ Performance สำเร็จ ต้องทำอะไรบ้าง? เช่น อยากได้ Backlink 10 ตัว ต้องเขียนบทความคุณภาพ 10 บทความ แล้วติดต่อเว็บอื่นเพื่อขอลง. วางตัวเลขทั้งหมดออกมาแล้วทำเป็น Dashboard ครับ . ให้วางแผนจาก Outcome > Performance > Process ครับ . 6. Compititor Analysis . 📌เก็บข้อมูลคู่แข่งของธุรกิจทั้งหมด ดูว่าคู่แข่งที่ติดอันดับดีๆ เขาทำอะไรบ้าง? ใช้คีย์เวิร์ดไหน? มี Traffic เท่าไหร่? ได้ Backlink จากไหน? ลงบทความเดือนละกี่ชิ้น . เครื่องมืออย่าง Ahrefs, SEMrush, SE Ranking สามารถทำให้เรา Tracking ข้อมูลได้ แล้วถ้าเรานำมาทำ Dashboard ได้ด้วยก็จะเข้าใจง่ายขึ้นมากครับ . 7. Keyword Research (หาคีย์เวิร์ดมาทำบทความลงบนเว็บไซต์) . 📌Keyword คือการหา "คำ" หรือ "วลี" ที่กลุ่มเป้าหมายของเราใช้ค้นหาบน Google เวลาอยากรู้ข้อมูล, หาความรู้, หาข้อมูลสินค้า, หรืออ่านรีวิวที่เกี่ยวกับธุรกิจเรา. . ต้องวิเคราะห์ว่าคำนั้นมีคนค้นเยอะไหม (Search Volume), ทำยากง่ายแค่ไหน (Keyword Difficulty) แล้วนำมาจัดกลุ่มตาม Funnel (Awareness, Consideration, Decision) . เครื่องมือที่ใช้จะมี Keyword Planner, Ahrefs ถ้าใครอยากลองใช้ฟรีเป็น ubersuggest ครับ . และจัดลำดับความสำคัญในการทำคอนเทนต์ ลำดับอิงจากเป้าของธุรกิจครับ . ส่วนข้อมูลคีย์เวิร์ดที่ได้มา เราจะนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นไปทำบทความลงบนเว็บไซต์ . คีย์เวิร์ดหลาย ๆ คำ หรือกลุ่ม ๆ นึงสามารถรวมเขียนในบทความเดียวได้ โดยการวิเคราะห์ Search Intent ต้องเข้าใจว่าคนค้นคำนี้ คนค้นหาอยากเจออะไร เป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO ปี 2025 . ยิ่งข้อมูลแน่น ยิ่งดี ! . Step 3 : On-Site Optimization หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ของเรา . 🌐8. รู้ว่าเว็บไซต์คืออะไร องค์ประกอบของการทำเว็บไซต์ . 📌เว็บไซต์มีทั้งแบบใช้โปรแกรมสำเร็จรูป (CMS - Content Management System) เช่น WordPress, Shopify, Wix หรือเขียน Code ขึ้นมาใหม่ . WordPress นิยมสุดสำหรับ SEO เพราะยืดหยุ่น ปรับแต่งง่าย มี Plugin ช่วยเยอะ แม้คนไม่รู้ Code ก็ทำได้ระดับหนึ่ง . 💻 9. รู้ภาษาคอมพิวเตอร์ (ที่จำเป็นต้องใช้) . 📌หลักๆ คือ HTML ครับ ต้องพอเข้าใจโครงสร้าง เช่น Title Tag (ชื่อเรื่องของหน้าเว็บที่แสดงบนแท็บ Browser และผลการค้นหา), Header Tags (H1, H2, H3... ใช้จัดโครงสร้างหัวข้อในบทความ), การใส่ลิงก์ (Anchor Text) สิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการปรับ On-Page SEO. . ส่วนภาษาอื่น ๆ ต้องทำความเข้าใจว่ามันคืออะไรด้วยนะครับ เช่น CSS, Javascript, Python ถ้ารู้เยอะโลกการทำ SEO จะเปิดกว้างขึ้นอีกเยอะเลยครับ . 🤖10. Crawlability and Indexing (การเก็บข้อมูลและการจัดทำดัชนี) . 📌ถ้า Google มาเก็บข้อมูลเว็บไซต์เราไม่ได้ อันดับไม่มีทางติดบนหน้า Google Search ครับ . ก่อนเว็บจะติดอันดับ Google ต้องให้ Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูล (Crawl) ได้สะดวก และนำไปจัดเก็บในฐานข้อมูล (Index) ได้อย่างถูกต้อง . ต้องรู้จักจัดการไฟล์ Robots.txt (บอก Bot ว่าหน้าไหนห้ามเข้า) และ Sitemap.xml (แผนที่เว็บไซต์ บอก Bot ว่ามีหน้าอะไรบ้าง) . เช็กได้ใน Google Search Console ตรงฟีเจอร์ Indexing > Pages หรือพิมพ์ site:yourwebsite.com ใน Google ก็จะรู้ทันทีว่าเว็บเราถูก Google เก็บข้อมูลได้ไหมครับ . ⚡11. Site Speed Optimization . 📌เว็บโหลดช้า ไม่มีที่อยู่บนหน้าแรกของ Google นักทำ SEO ต้องรู้จักวิธีปรับปรุง เช่น บีบอัดขนาดไฟล์รูปภาพ, ลดขนาดไฟล์ CSS/JavaScript, ใช้ Browser Caching, เลือก Hosting คุณภาพดี. ใช้เครื่องมือ Google PageSpeed Insights เช็กและทำตามคำแนะนำ. . นักทำ SEO ต้องรู้จักคำศัพท์ หรือวิธีการปรับความเร็วเว็บไซต์ เพื่อให้เราไปคุยกับทีม Developer รู้เรื่องครับ เช่น การบีบอัดขนาดไฟล์รูปภาพ, การลดขนาดไฟล์ CSS และ JavaScript, การใช้ Browser Caching, การเลือก Hosting ที่มีคุณภาพ และการปรับปรุงตามคำแนะนำจากเครื่องมืออย่าง Google PageSpeed Insights (https://pagespeed.web.dev/) . 🛠️ 12 Technical SEO . 📌 คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามหลักของ SEO เราควรทำ technical audit website 2 อาทิตย์ 1 ครั้งคับ หรือทำ Report แบบเป็นรายวันได้โดยการใช้ ahrefs หรือ screaming frog . ที่มักจะเจอบ่อย ๆ จะมี Broken Links (ลิงก์เสีย คลิกไปแล้วเจอหน้า 404), ทำ Redirect 301 (แจ้ง Google ว่าหน้านี้ถูกย้ายไป URL ใหม่ถาวรแล้ว), ใช้ Canonical Tags (บอก Google ว่าหน้าไหนคือหน้าหลัก ในกรณีมีเนื้อหาซ้ำซ้อนกัน) . ✨ 13. Schema Markup . 📌เป็น Code พิเศษที่ใส่ในเว็บเพื่อ "อธิบาย" ให้ Search Engine Bot เข้าใจเนื้อหาในหน้านั้นๆ ได้ละเอียดและง่ายขึ้น ในปี 2025 จะเน้นเรื่องนี้มากขึ้นครับ . ถ้าใช้ WordPress, Plugin SEO ส่วนใหญ่อย่าง Yoast SEO หรือ Rank Math จะมีส่วนนี้ให้ตั้งค่าง่ายๆ. ช่วยให้ผลการค้นหาของเราดูน่าสนใจขึ้นได้ด้วย (Rich Snippets). . ในกรณีต้องเพิ่มเข้าไปเอง ลองใช้ https://technicalseo.com/tools/schema-markup-generator/ จะช่วยสร้างให้แบบง่าย ๆ ครับ . ปกติ Schema Markup มักเพิ่มเข้าไปที่ Product Page, Articles หรือหน้าที่เราโฟกัสการทำ SEO . 📝 14. High-Quality Content & On-Page SEO . 📌 การลงบทความอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในเทคนิคของการทำ SEO . Google ให้ความสำคัญกับ E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) . เนื้อหาต้องมี "คุณภาพ" คือเกี่ยวข้องกับคำค้นหา (Search Intent), ให้ข้อมูลครบถ้วน, อ่านเข้าใจง่าย, มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ . ปัจจุบันใช้เทคนิค มนุษย์ + AI ในการเขียนบทความแล้วลงตัวที่สุดครับ อ่านเข้าใจง่ายและสร้างสรรค์กว่าบทความที่มาจาก AI ล้วน ใช้คู่กัน สุดยอดเลย ! . และต้องปรับ On-Page SEO ให้ดีด้วย การเขียน Title Tag, Meta Description ที่ดึงดูด, วางโครงสร้างบทความด้วย Header Tags (H1, H2, H3), การใช้คีย์เวิร์ดหลักและคีย์เวิร์ดรอง (LSI Keywords, Related Keywords) อย่างเป็นธรรมชาติ . 🔗 15. Internal link . 📌คือการสร้างลิงก์จากหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่งภายในเว็บไซต์ของเราเอง. . ช่วยให้ Google Bot เข้าใจโครงสร้างและความสัมพันธ์ของเนื้อหาในเว็บเราได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้นด้วย . กลยุทธ์ที่นิยมคือ Topical Authority โดยสร้าง Content Pillars (เนื้อหาหลัก) และมี Supporting Content (เนื้อหารอง) ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มก้อน . Step 4 : SEO Off-Site หรือ SEO Off-Page . 🔗 16. การทำลิงก์เชื่อมโยงมาเว็บไซต์ของเรา (Link building Skills) . 📌Backlink คือการที่เว็บไซต์อื่นทำลิงก์ส่งมาที่เว็บไซต์ของเรา. . Google มองว่า Backlink คุณภาพเหมือน "คะแนนโหวต" ว่าเว็บเราน่าเชื่อถือ . เทคนิคในไทยที่ใช้บ่อยๆ เช่น ซื้อ Backlink จากเว็บข่าว/บล็อก (ต้องระวังคุณภาพ), แลกเปลี่ยนลิงก์กับพาร์ทเนอร์, สร้างคอนเทนต์ดีๆ จนคนอยากแชร์หรือนำไปอ้างอิงเอง (Organic Backlink) . วิธีที่ดีที่สุด คือทำให้แบรนด์เราดัง การได้ลิงก์ดีๆ แบบ Organic จะง่ายขึ้น เช่น มี the standard มาอ้างอิงเว็บไซต์ของเรา . 🔎17. Backlink Analysis (การวิเคราะห์ Backlink) . 📌คือการส่อง Backlink ของคู่แข่งว่าเขาได้ลิงก์มาจากเว็บไหนบ้าง? เป็นลิงก์ประเภทอะไร? คุณภาพดีไหม? เพื่อนำข้อมูลมาปรับกลยุทธ์การสร้าง Backlink ของเรา . เครื่องมือ Ahrefs มีฟีเจอร์ Site Explorer > Backlink Profile ที่ช่วยเรื่องนี้ได้ดีมาก. . ทำเดือนละครั้งก็พอครับ เพื่อเก็บข้อมูลแต่ละเดือน . 🧐18. Backlink Audit (การตรวจสอบ Backlink ของตัวเอง) . 📌นอกจากดูของคู่แข่งแล้ว ต้องหมั่นตรวจสอบ Backlink ของเว็บเราเองด้วย . มี Backlink ไหนที่หายไป (Lost Links)? มี Backlink คุณภาพต่ำหรือ Spammy ชี้เข้ามาหรือไม่, ลิงก์ที่เข้ามายังชี้ไปหน้าที่ใช้งานได้อยู่หรือเปล่า (ไม่เป็น 404)? . Ahrefs ฟีเจอร์ Site Explorer > Backlink Profile ใช้ได้เหมือนกัน . 📊19. เก็บข้อมูล Backlink แล้วก็ Monitor ใช้ Google Sheet ก็พอครับ . สร้างไฟล์ Google Sheet ง่ายๆ เพื่อบันทึก Backlink ที่เราสร้างหรือได้รับมาใหม่ๆ คอยติดตามสถานะว่ายังอยู่ดีไหม ลิงก์ไปถูกหน้าหรือเปล่า จะได้เห็นภาพรวมและจัดการได้ง่าย. . Step 5 : วัดผลลัพธ์ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงเว็บไซต์ . 📈20. Google Sheet สุดยอดเครื่องมือการทำ SEO . 📌สกิลแรกที่นักทำ SEO ควรเรียนรู้ครับ แนะนำเรียนกับ “พี่ทอย Datarockie” . ใช้เก็บข้อมูล Keyword, Backlink, Performance , ทำตารางวิเคราะห์, สร้างกราฟเบื้องต้น . การรู้สูตรคำนวณพื้นฐานใน Google Sheet จะช่วยประหยัดเวลาและทำให้ทำงานกับข้อมูลได้คล่องขึ้นมาก . 🔢21. การจัดการข้อมูล ตัวเลข Dimension กับ Metrics . 📌Dimension คือ "คุณลักษณะ" ของข้อมูล มักเป็นตัวอักษรหรือหมวดหมู่ เช่น ชื่อแคมเปญ, แหล่งที่มาของ Traffic (Organic, Social), ชื่อเมือง, ประเภทอุปกรณ์ (Desktop, Mobile) . Metrics คือ "ตัวเลข" ที่ใช้วัดปริมาณหรือประสิทธิภาพ เช่น จำนวนผู้เข้าชม (Users), จำนวนคลิก (Clicks), อัตรา Conversion (Conversion Rate) . เข้าใจสองสิ่งนี้จะช่วยให้เราจัดระเบียบ วิเคราะห์ และอ่านข้อมูลได้ถูกต้อง. . ตลอดอาชีพการทำ SEO ทุก ๆ วันเราอยู่กับ Data . ต้องฝึกอ่านข้อมูล ดูกราฟ แล้วก็เอาข้อมูลมาจำลองวิเคราะห์บ่อย ๆ ครับ . 📊22. Data Visualization . 📌เปลี่ยนตารางตัวเลขให้เป็นภาพ กราฟ หรือแดชบอร์ดที่เข้าใจง่ายขึ้น. . ช่วยให้มองเห็นแนวโน้ม, Insight หรือจุดที่ต้องปรับปรุงได้ชัดเจน. . เครื่องมือง่ายๆ ก็คือการสร้างแผนภูมิใน Google Sheet หรือถ้า Advance ขึ้นมาหน่อยก็ใช้ Looker Studio (Google Data Studio เดิม) สร้าง Dashboard สวยๆ ได้ . 💡23. อ่านข้อมูลเป็น วิเคราะห์ นำไปวางกลยุทธ์ต่อยอดได้ . 📌เรื่องการวิเคราะห์ Nerd จะใช้ See Think Do เสมอครับ . See ข้อมูลอะไรที่เราต้องการเห็น? (เช่น Traffic ลดลง, อันดับคีย์เวิร์ดนี้ตก) . Think จากข้อมูลนั้น มันบอกอะไรเรา? (เช่น อาจเป็นเพราะคู่แข่งทำคอนเทนต์ดีกว่า หรือเว็บเรามีปัญหา Technical) . Do เราจะทำอะไรต่อไปเพื่อแก้ไขหรือทำให้ดีขึ้น? (เช่น ปรับปรุงคอนเทนต์, ตรวจสอบ Technical SEO, สร้าง Backlink เพิ่ม) . ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ เป็นการฝึกอ่านข้อมูลแล้วประเมินสถานการณ์ เพื่อนำมาวางแผนต่อ . Step 6 : Soft Skills (ทักษะด้านบุคคล) . 🗣️24 Communication (การสื่อสาร) . 📌SEO มีศัพท์เทคนิคเยอะ ต้องสามารถอธิบายเรื่องยากๆ ให้คนที่ไม่ใช่สาย SEO (เช่น ผู้บริหาร, ทีม Marketing, ลูกค้า) เข้าใจได้ง่าย ชัดเจน . เทคนิคที่ Nerd ชอบใช้คือเปรียบเทียบกับชีวิตจริง เช่น การทำ On-Page คือการทำบ้านให้แข็งแรง . 🤝25. Collaboration (การทำงานร่วมกับผู้อื่น) . 📌SEO เราไม่ได้ทำงานคนเดียวครับ . ต้องทำงานร่วมกับทีม Content, ทีม Developer, ทีม Design, ทีม Marketing, ทีม Business . เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใจใครได้ครับ เข้าใจและโฟกัสที่เป้าหมาย ถอยหนึ่งเก้า เพื่อก้าวที่ไกลกว่า . 🗓️26. Project Management . 📌การทำ SEO เป็นโปรเจกต์ระยะยาว มีหลายส่วนงานเกี่ยวข้อง . ต้องวางแผนงาน (Timeline), กำหนดผู้รับผิดชอบ, ติดตามความคืบหน้า, จัดการทรัพยากร (คน, เวลา, งบประมาณ) ให้โปรเจกต์สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย . เครื่องมืออย่าง Trello, Asana, ClickUp ช่วยได้ครับ . 💪27. Leadership (ความเป็นผู้นำ) . 📌คนทำ SEO ต้องมีวิสัยทัศน์ ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และสามารถผลักดันให้ทีมหรือโปรเจกต์เดินหน้าไปสู่ความสำเร็จได้ . ต้องสร้างแรงจูงใจ แก้ปัญหา และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เพื่อนำพาทุกคนไปถึงเส้นชัย . มีพลังบวกเยอะ ๆ ครับ . Step 7 : SEO AI Transformation (ใช้ AI เข้ามาช่วยงาน SEO) . 🤖28. รู้จักความสามารถของ AI . 📌ทำความเข้าใจ AI เครื่องมืออย่าง ChatGPT, Gemini, Claude และ AI อื่นๆ . AI สามารถช่วยงาน SEO ได้หลายอย่างมากครับ เช่น ช่วยคิดไอเดีย Keyword, สร้าง Outline บทความ, เขียน Draft เนื้อหาเบื้องต้น, ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล . มันเหมือนมีผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน . ในงานทั่วไป ที่เราต้องการความคิดริเริ่ม หรือเรามีไอเดียที่อยากทำแล้วลองโยนเข้าไป เรามักจะได้แนวทางในการต่อยอดเสมอครับ อย่างในบทความนี้ Nerd ก็ใช้ครับ . และเรายังต้องต่อยอดด้วยครับ ว่า AI นั้น สามารถที่จะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีกบ้าง เช่น SEO AI Automation (ที่ในอนาคต NerdOptimize เราจะมีคอร์สออกมาเร็ว ๆ นี้) . ✍️29. AI Prompt Engineering . 📌AI เหมือนสมองกลอัจฉริยะ แต่เราต้อง "สั่งงาน" มันให้เป็น. . การเขียน Prompt (คำสั่ง) ที่ชัดเจน เฉพาะเจาะจง และมีรายละเอียดที่ดี จะทำให้ AI สร้างผลลัพธ์ (Output) ที่ตรงกับความต้องการของเราและนำไปใช้งานได้จริง. . นี่คือสกิลใหม่ที่คนทำ SEO ต้องมี! เพราะมันจะช่วยในงานภาพใหญ่ที่เราจะเอา AI ไปปรับใช้ในทุกภาคส่วนของการทำ SEO ในข้อ 30 . เรียนเรื่อง Prompt ได้ที่ https://www.riseofintelligence.com/ . 🚀30. วิเคราะห์ภาพรวมการทำ SEO แล้วนำ AI เข้าไปช่วยในการทำงาน . 📌มองกระบวนการทำ SEO ทั้งหมดของเรา แล้วดูว่ามีขั้นตอนไหนบ้างที่ AI สามารถเข้ามาช่วยลดการทำงานซ้ำๆ ลดต้นทุน ช่วยวิเคราะห์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน . เช่น การใช้ 𝐀𝐮𝐭𝐨𝐦𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 ที่มี 𝐀𝐈 ผสมผสาน (𝐧𝟖𝐧, 𝐙𝐚𝐩𝐢𝐞𝐫) เพื่อสร้าง 𝐖𝐨𝐫𝐤𝐟𝐥𝐨𝐰 อัตโนมัติ เช่น โพสต์บทความลงเว็บเมื่อเขียนเสร็จ . โดยเครื่องมือที่ 𝐍𝐞𝐫𝐝 ใช้บ่อยตอนนี้จะเป็น 𝐧𝟖𝐧 ซึ่งเราสามารถทำ 𝐋𝐨𝐜𝐚𝐥 𝐇𝐨𝐬𝐭 แล้วใช้งานได้ฟรี ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการใช้ 𝐦𝐚𝐤𝐞 . ด้วยกระบวนการลักษณะนี้เราสามารถทำได้ในหลาย ๆ ส่วนของกระบวนการทำ 𝐒𝐄𝐎 ครับ . ✨ อ่านจบแล้วรู้สึกไฟลุก อยากลงลึกเรื่อง 𝐒𝐄𝐎 ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้น 𝐀𝐝𝐯𝐚𝐧𝐜𝐞 . เพิ่งเริ่มต้น แต่อยากเข้าใจ 𝐒𝐄𝐎 อย่างถูกต้องและเป็นระบบ อยากใช้เครื่องมือเทพอย่าง 𝐀𝐡𝐫𝐞𝐟𝐬 ให้คล่องเหมือนมืออาชีพ ต้องการสร้างกลยุทธ์ 𝐒𝐄𝐎 ที่วัดผลได้จริง และช่วยให้ธุรกิจเติบโต อยากเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก . คอร์ส 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐭𝐞𝐠𝐢𝐜 𝐒𝐄𝐎 𝐟𝐨𝐫 𝐁𝐮𝐬𝐢𝐧𝐞𝐬𝐬 𝐆𝐫𝐨𝐰𝐭𝐡 𝐰𝐢𝐭𝐡 𝐀𝐡𝐫𝐞𝐟𝐬 ราคา 𝟒,𝟗𝟗𝟎 บาท อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 𝐡𝐭𝐭𝐩𝐬://𝐧𝐞𝐫𝐝𝐨𝐩𝐭𝐢𝐦𝐢𝐳𝐞.𝐜𝐨𝐦/𝐚𝐡𝐫𝐞𝐟𝐬-𝐬𝐞𝐨-𝐜𝐨𝐮𝐫𝐬𝐞/ . #NerdOptimize #ahrefs #SEO
Like this ad? Make it yours.
Crush rebuilds this exact creative around your product — your brand, your colors, your offer — in about a minute.









