Skip to content
Chanin Clinic :Specialized mental health clinic

Chanin Clinic:Specialized mental health clinic Facebook ad: “บาดแผลทางใจในภาพจำ: PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder)”

Chanin Clinic:Specialized mental health clinic Facebook ad: บาดแผลทางใจในภาพจำ: PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder)

Ran for 95 days, from November 23, 2025 to February 26, 2026, the last day Crush saw it.

Run by Chanin Clinic :Specialized mental health clinic on Facebook. Crush is not the advertiser and does not verify its claims. See this ad in Meta's Ad Library(opens in a new tab)

Want an ad like this for your product?

Crush makes new ad images for your product from this ad: your logo, your product photo, your offer.

Trials from $19.95 USD, then $79.95 USD a month. Cancel anytime.

About this ad

Meta Ad Library ID
1560829188280242
Platforms
Facebook and Instagram
Relaunches
0

How we count

Ad text

บาดแผลทางใจในภาพจำ : PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ในเส้นทางของชีวิต อาจมีบางความทรงจำในช่วงเปราะบางที่เราอยากจะลบออกไปจากความทรงจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความทรงจำเหล่านั้นผูกพันอยู่กับประสบการณ์อันเจ็บปวดจาก "ความรุนแรงและการถูกทอดทิ้งในความสัมพันธ์" ภาพเหตุการณ์ คำพูด หรือความรู้สึกเย็นชาในวันวานที่ยังคงตามหลอกหลอน วนเวียนซ้ำๆ ในทุกห้วงความคิดคำนึง การถูกละเลย เพิกเฉย หรือทอดทิ้งในยามที่เราเปราะบางที่สุด สามารถสร้างบาดแผลที่ลึกไม่น้อยไปกว่าการถูกทำร้ายทางร่างกายหรือวาจา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดหรือเป็นเรื่องที่ต้องถูกกล่าวโทษ แต่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงบาดแผลทางใจที่ยังต้องการใครสักคนเพื่อให้การดูแลเยียวยา หรืออาจเป็นอาการของภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) โรคหวาดผวาหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง PTSD: บาดแผลทางใจในฉาพจำ _________________________ ภาวะ PTSD สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อบุคคลต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ความรุนแรงในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย (เช่น การทุบตี ผลักไส) การทำร้ายจิตใจ (การด่าทอ ดูถูก ข่มขู่ บังคับควบคุม การละเลยเพิกเฉย หรือการทอดทิ้งอย่างเลือดเย็นในยามที่เราอ่อนแอที่สุด) ล้วนทิ้งร่องรอยที่มองไม่เห็นไว้ในส่วนลึกของหัวใจ และเป็นสาเหตุที่นำไปสู่ PTSD ได้ อาการหนึ่งที่ชัดเจนและส่งผลกระทบอย่างมากคือ ภาพจำของความเจ็บปวดซ้ำๆที่ตามหลอกหลอน" (Intrusive Memories/Flashbacks) ซึ่งมีลักษณะดังนี้: การเห็นภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ (Flashbacks): ไม่ใช่แค่การเห็นภาพทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจนึกถึง แต่เป็นการหวนคืนสู่เหตุการณ์นั้นอย่างเต็มประสบการณ์อีกครั้ง บางครั้งถามโถมทั้งภาพจำเสียง หรือแม้แต่ความรู้สึกและปฏิกิริยาทางร่างกาย เหมือนจริงจนแทบแยกไม่ออก อาจเป็นภาพของการถูกกระทำรุนแรง หรือภาพของความว่างเปล่าเมื่อถูกทิ้งให้อยู่ลำพังกับความเจ็บปวด บางครั้งอาจรู้สึกถึงสัมผัส หรือได้ยินเสียงในวันนั้น ราวกับว่ามันกำลังเกิดขึ้นจริง ณ ปัจจุบันขณะ ความคิดไม่พึงประสงค์ (Intrusive Thoughts): คำพูดที่เจ็บปวดบาดลึก รวมถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวจากการถูกปฏิเสธ ผุดขึ้นมาในความคิดโดยไม่สามารถควบคุมได้ สร้างความทุกข์ทรมานใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงความรู้สึกผิด ความรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นเรา บางครั้งเป็นความรู้สึกผิดหรือโทษตัวเองว่าทำไมไม่ต่อสู้มากกกว่านี้ ฝันร้ายที่สมจริง (Vivid Nightmares): เหตุการณ์อันเลวร้าย หรือความรู้สึกของการถูกทอดทิ้ง ถูกนำกลับมาฉายซ้ำในความฝัน ทำให้เวลานอนที่ควรเป็นเวลาพักผ่อนการพักผ่อนกลับกลายเป็นอาการหวาดผวาจากฝันร้าย ความปวดร้าวทางอารมณ์เมื่อมีสิ่งกระตุ้น (Intense Emotional Distress to Triggers): สถานที่ บทเพลง คำพูดบางคำ หรือแม้แต่ความเงียบที่เคยเป็นสัญญาณของการถูกเพิกเฉย ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำอันเจ็บปวด สามารถปลุกเร้าความรู้สึกทุกข์ทรมาน เศร้าโศก หวาดกลัว หรือความรู้สึกไร้ค่าขึ้นมาได้อย่างท่วมท้น รู้สึกเหมือนควบคุมทุกอย่างไม่ได้ เมื่อภาพจำซ้ำรบกวนชีวิตและหัวใจ ภาพจำที่เจ็บปวดเหล่านี้ สามารถพรากปัจจุบันขณะของเราไปในชั่วพริบตา และสั่นคลอนความสงบในใจที่เราพยายามสร้างขึ้น อาจนำไปสู่: การนอนไม่หลับ หรือหลับอย่างไม่มีคุณภาพเพราะความหวาดระแวง ความรู้สึกไม่มั่นคง ความยากลำบากในการจดจ่อ การตัดสินใจ หรือการทำงาน ความรู้สึกแปลกแยก โดดเดี่ยว โดยเฉพาะความรู้สึกเคว้งคว้างจากการถูกทอดทิ้ง เกราะกำบังที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง อาจกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นเราจากความอบอุ่นและการเชื่อมโยงกับผู้อื่น ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไร้ค่าเมื่อคนที่เคยไว้ใจกลับเป็นผู้หยิบยื่นความว่างเปล่าและความเงียบงันให้ ความรู้สึกผิด อับอาย หรือตำหนิตนเองอย่างรุนแรง ทั้งที่ความรุนแรงและการถูกทอดทิ้งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราก่อ ความยากลำบากในการไว้วางใจผู้อื่น หรือกลัวการผูกพันเพราะหวั่นเกรงการถูกทอดทิ้งซ้ำรอย ___________________________________________ หนทางสู่การเยียวยา: โอบกอดหัวใจตนเองไว้และก้าวเดิน ___________________________________________ การรับมือกับ PTSD และภาพจำซ้ำๆจากความรุนแรงและการถูกทอดทิ้งในความสัมพันธ์ คือการเดินทางที่ต้องอาศัยความเมตตาและให้อภัยต่อตนเองอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรวมรวมความกล้าและจัดการสถานการณืต่างๆด้วยตนเอง การช่วยเหลือและการจัดการทางจิตใจที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างมาก: ยอมรับความรู้สึกอย่างอ่อนโยน: การยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความโกรธ ความสับสน หรือความปวดร้าวจากการถูกปฏิเสธและทอดทิ้ง รวมถึงความรู้สึกผิด เป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการเยียวยา บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรที่จะรู้สึกเช่นนั้น การยอมรับเป็นขั้นแรกที่บอกว่าคุณเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแท้จริง ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ: นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ คือผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจและเครื่องมือในการช่วยเหลือ การบำบัด เช่น EMDR หรือ CBT เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการประมวลผลความทรงจำที่เจ็บปวด รวมถึงการจัดการกับความรู้สึกไร้ค่าที่เกิดจากการถูกทอดทิ้ง การขอความช่วยเหลือคือการแสดงความเข้มแข็งและเป็นการแสดงความรักความเมตตาต่อตนเอง สร้างพื้นที่ปลอดภัย: อ้อมกอดและการรับฟังจากคนที่รักและไว้ใจ ผู้ไม่ตัดสิน เปรียบดั่งแสงสว่างนำทางในโมงยามที่มืดมน การสร้างสายสัมพันธ์ใหม่ที่มั่นคงและปลอดภัย จะช่วยเยียวยาความเชื่อใจที่เคยถูกทำลายลง กลุ่มสนับสนุน (Support Groups) หรือเพื่อนที่ผ่านเหตุการณืแบบเดียวกันมา ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เราจะพบเจอผู้ที่เข้าใจและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันได้ ดูแลตนเองด้วยความรัก (Self-Compassionate Care): การดูแลตัวเองเปรียบเสมือนการค่อยๆ เติมน้ำหล่อเลี้ยงให้หัวใจที่อ่อนล้าและอาจรู้สึกว่างเปล่า กลับมามีชีวิตชีวา พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และให้เวลากับกิจกรรมที่สร้างความสุขและความสงบทางใจ เป็นการยืนยันว่าคุณมีคุณค่าและคู่ควรแก่การดูแลไม่ใช่การถูกทำร้าย ฝึกฝนเทคนิคการดึงจิตใจกลับมาสู่ปัจจุบันขณะ (Grounding Techniques): เมื่อภาพจำหรือความรู้สึกเก่าๆ เริ่มถาโถม เทคนิค Grounding จะช่วยดึงสติของเรากลับมาสู่ปัจจุบันขณะที่ปลอดภัย เช่น การการสัมผัสสิ่งของรอบตัว ฟังเสียง รือการบรรยายสิ่งที่เห็นและได้ยิน มองว่าตัวเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นแล้ว และเราอยู่ตรงนี้กำลังเฝ้ามองความคิดเราเองอยู่เฝ้ามองอารมณ์และเหตุการณืเหล่านั้นเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านไป วางแผนเพื่อความปลอดภัย (Safety Planning): หากยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในรูปแบบใดๆ การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อความมั่นใจ เรียนรู้การสร้างขอบเขตที่ดีต่อใจ (Healthy Boundaries): การเคารพตนเองเริ่มต้นจากการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน เพื่อปกป้องพื้นที่ทางใจของเราในความสัมพันธ์ต่างๆ และเรียนรู้ที่จะเลือกความสัมพันธ์ที่ให้เกียรติและไม่ละเลยและคุณค่ากับตัวตนและหัวใจของเรา คุณไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพัง บาดแผลจากความรุนแรงและการถูกทอดทิ้งไม่ใช่ตราบาป แต่เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความเข้มแข็งภายในที่เรามีในการก้าวผ่าน แม้จะเคยรู้สึกถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในความมืดมิด โปรดจงตระหนักว่าวันนี้คุณไม่ได้เดียวดาย การเยียวยาคือการเดินทาง บางวันอาจก้าวหน้า บางวันอาจรู้สึกเหมือนหยุดนิ่ง แต่ทุกย่างก้าวล้วนมีความหมาย ขอให้คุณจงอ่อนโยนต่อหัวใจตนเอง และเชื่อมั่นว่าแสงสว่างแห่งการฟื้นคืนรออยู่เสมอ เราขอส่งความปรารถนาดีและกำลังใจให้ทุกหัวใจที่กำลังเยียวยาตนเองนะคะ #PTSD #ความรุนแรงในความสัมพันธ์ #การถูกทอดทิ้ง #โอบกอดหัวใจ #TraumaRecovery #สุขภาพจิต #MentalHealthAwareness #ภาพจำซ้ำ #เยียวยาบาดแผล #พลังใจ #คุณไม่ได้เดียวดาย #AbandonedNoMore

More ads from the top 1,000

See the top 1,000 ads