ตื่นมาโค้ด Python by AGICAFET Facebook ad: “ช่วงนี้แอดมีคำถามนึงที่ชอบถามตัวเองบ่อยมากครับ”

Ran for 9 days, from March 24 to April 2, 2026, the last day Crush saw it.
Run by ตื่นมาโค้ด Python by AGICAFET on Facebook. Crush is not the advertiser and does not verify its claims. See this ad in Meta's Ad Library(opens in a new tab)
Want an ad like this for your product?
Crush makes new ad images for your product from this ad: your logo, your product photo, your offer.
Trials from $19.95 USD, then $79.95 USD a month. Cancel anytime.
About this ad
- Meta Ad Library ID
- 1622621375643955
- Platforms
- Facebook, Instagram and Threads
- Relaunches
- 0
- Niche
- AI & Software
Ad text
ช่วงนี้แอดมีคำถามนึงที่ชอบถามตัวเองบ่อยมากครับ คือ… “งานไหนของ Developer ที่เรายังต้องทำเองจริงๆอยู่บ้าง?” 🤔 . เพราะถ้ามองดีๆ หลายอย่างที่เราเคยคิดว่า “ต้องทำเองเท่านั้น” ตอนนี้ AI โดยเฉพาะพวก AI Coding Agents เริ่มเข้ามาช่วยทำแทนได้แล้วจริงๆ . แอดไม่ได้หมายถึงแค่เขียน code นะครับ แต่เป็นระดับ workflow แบบ end-to-end เลย . วันนี้เลยอยากมาแชร์ให้เพื่อนๆดูครับว่า มีงานอะไรบ้างที่ AI เริ่มทำแทน Dev ได้แล้ว (จากที่แอดลองใช้กับ Claude Code + tool อื่นๆจริง) . เกริ่นมาซะยาววว 😆 เข้าเรื่องกันเลยครับ . 1. Debug Bug ในโปรเจกต์ใหญ่ อันนี้น่าจะ pain ของหลายคนสุดละ เวลาเจอ bug ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน โดยปกติถ้าเป็นสมัยก่อนเราจะต้อง - ไล่ stack trace - เปิดไฟล์ทีละจุด - trace logic ข้าม module ซึ่งบางทีใช้เวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน แต่ตอนนี้ AI agent สามารถ - อ่าน codebase ทั้งโปรเจกต์ - วิเคราะห์ dependency - แล้ว propose fix ให้ได้เลย บางเคสคือแก้ให้ครบ flow ด้วยซ้ำ สิ่งที่เปลี่ยนคือ จากเดิม → “เราไล่หาปัญหา” ตอนนี้ → “เราให้ AI วิเคราะห์แล้วเราตัดสินใจ” . 2. Refactor Code / แก้ Legacy Code ใครเคยแก้โค้ดคนอื่นจะเข้าใจดีครับ 😅 โดยเฉพาะ code ที่เขียนมานานแล้ว - naming ไม่ชัด - structure งง - dependency ซ้อนกัน ปกติ refactor ทีนี่คือฝันร้าย แต่ AI agent สามารถช่วยได้เยอะมาก เช่น - หา duplicated logic - แนะนำ structure ใหม่ - หรือ refactor ให้ทั้ง module จุดสำคัญคือ มันไม่ได้แค่ “suggest” แต่มันสามารถ แก้หลายไฟล์พร้อมกันได้ 3. สร้าง Feature ใหม่ (Scaffolding + Boilerplate) อันนี้แอดใช้บ่อยมาก เช่น - “อยากได้ API ตัวใหม่” - “อยากเพิ่ม auth flow” ถ้าเป็นในสมัยก่อนแอดคงต้อง - เขียน controller - เขียน service - เขียน model - wiring ทุกอย่างเอง แต่ตอนนี้ AI agent สามารถ - generate structure - เชื่อม flow และเติม logic ให้ได้ระดับหนึ่งเลย Dev อย่างเราๆเลย เลยเปลี่ยนบทบาทจาก “คนเขียนทั้งหมด” สู่ "คนออกแบบ" และ Review ซะมากกว่าครับ 4. เขียน Test / Review Code อันนี้ underrated มาก แต่โคตร useful AI สามารถ - generate unit test - generate integration test - หรือช่วย review code ได้ โดยเฉพาะเวลา code เยอะๆหลายไฟล์ AI สามารถช่วย - ชี้ bug - ชี้ edge case - หรือแม้แต่ logic ที่ผิด แต่สิ่งที่แอดแนะนำคือ ควรใช้แบบ multi-pass review - รอบแรก: ดูทีละไฟล์ - รอบสอง: ดูภาพรวมทั้งระบบ จะได้ผลลัพธ์ดีกว่าเยอะ 5. Automate Workflow (Git / DevOps / Routine Tasks) อันนี้คือของจริงเลยครับ เพราะมันไม่ใช่แค่ coding แล้ว แต่มันคือ automation ของ workflow dev ทั้งระบบ เช่น - อ่าน GitHub issue → แก้โค้ด → commit → เปิด PR - run test → check error → propose fix - query log / database → วิเคราะห์ปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำผ่าน AI + tools (เช่น MCP, API, CLI) . นี่แหละครับที่เรียกว่า "Agentic Workflow" สรุปสั้นๆ ถ้าให้แอดสรุป mindset ที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ว่า AI จะมาแทน Dev แต่คือ Dev ที่ใช้ AI Agent จะทำงาน “คนละแบบ” กับ Dev ที่ไม่ใช้ . จากเดิมที่เรา ลงมือทำทุก step ตอนนี้เราเริ่ม - ออกแบบ - สั่งงาน - แล้ว review . ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า "Agentic Coding"










