

Inactive· since Jun 19, 2026
- 11
- days it ran
- 1
- relaunches
Ad copy
หากเมื่อ 2-3 ปีก่อน หลายองค์กรยังตั้งคำถามว่าจะนำ AI ไปใช้อะไรได้บ้าง วันนี้คำถามเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเมื่อ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่ทุกองค์กรเข้าถึงได้ สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อคือ การลงทุนเหล่านั้นสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงหรือไม่ . หนึ่งในกรณีที่น่าสนใจคือ ทิศทางของ ‘KBTG' หรือ 'กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป' ซึ่งเป็นเบื้องหลังสำคัญทางเทคโนโลยีของ 'ธนาคารกสิกรไทย' . โดยมีผู้บริหาร 3 คนร่วมถ่ายทอดมุมมองว่า องค์กรกำลังเดินจากยุค ‘ทดลองใช้ AI’ ไปสู่ยุคที่ต้องเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยมีทั้งคน กระบวนการ และความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบสำคัญ . [ AI ต้องสร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ผ่านช่วงทดลอง ] . ‘วรนุช เดชะไกศยะ’ Executive Chairman KBTG มองว่า การเติบโตของเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ความเร็วในการพัฒนา โดยเฉพาะ AI ที่ก้าวจากช่วงทดลองสู่การใช้งานจริงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ . นั่นหมายความว่า แม้หลายธุรกิจจะชะลอการลงทุนในช่วงโควิด-19 แต่เม็ดเงินด้านเทคโนโลยีกลับไม่เคยหยุดเติบโต ทั้งด้านดาต้าเซ็นเตอร์ ซอฟท์แวร์ และบริการไอที ขณะที่ KBank เองก็ยังเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบ . ในอีกด้านหนึ่ง แม้หลายเทคโนโลยีเริ่มเข้าสู่ช่วงเติบโตที่ช้าลง แต่ AI และดาต้ากลับยังอยู่ในช่วงเร่งตัว ‘วรนุช’ ยอมรับว่า เมื่อปีก่อนหลายองค์กรยังตั้งคำถามว่าจะนำ Generative AI มาใช้จริงได้เมื่อไร แต่เพียงไม่นาน เทคโนโลยีก็พัฒนาเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ และวันนี้ AI กลายเป็นเครื่องมือที่องค์กรแทบทุกแห่งต้องเรียนรู้และใช้งาน . ในมุมของ KBTG การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับเทคโนโลยี แต่ยังสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจธนาคาร ทั้งจำนวนผู้ใช้งานดิจิทัล ปริมาณธุรกรรมบนแอป K PLUS และการขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือฮ่องกง ซึ่งล้วนทำให้ระบบเทคโนโลยีต้องรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง . ‘วรนุช’ อธิบายว่า ยิ่งธุรกิจพึ่งพาช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ความเสถียรของระบบก็ยิ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญ หากในอดีตการให้บริการผ่านสาขายังเป็นช่องทางหลัก ปัจจุบันการหยุดชะงักของระบบออนไลน์เพียงไม่กี่นาทีก็อาจสร้างผลกระทบต่อธุรกรรมจำนวนมหาศาล และกระทบต่อประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง . ด้วยเหตุนี้ KBTG จึงยังคงวาง 3 เรื่องเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การทำให้ระบบมีเสถียรภาพและพร้อมให้บริการตลอดเวลา การลงทุนด้าน Cybersecurity เพื่อรับมือภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้น และการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้ชัดเจน . ทุกปี KBank ลงทุนด้านไอทีมากกว่า 15,000 ล้านบาท คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ลงทุนเท่าไร แต่คือเม็ดเงินเหล่านั้นสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้อย่างไร . สำหรับ KBTG การลงทุนด้านเทคโนโลยีจึงไม่ได้หมายถึงการซื้อเครื่องมือใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงระบบเดิม ลดต้นทุนในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับผลิตภาพของทั้งองค์กร . ‘วรนุช’ เล่าย้อนถึงการเดินทางของ KBTG ตั้งแต่ปี 2016 ที่เริ่มดึงงานด้านเทคโนโลยีกลับมาพัฒนาภายในองค์กร จากเดิมที่พึ่งพาการจ้างผู้ให้บริการภายนอก ก่อนจะขยายบทบาทจากการเป็นหน่วยสนับสนุนด้านไอทีของธนาคาร ไปสู่การสร้างความสามารถด้านเทคโนโลยี การพัฒนาทีมงานในต่างประเทศ การลงทุนด้านข้อมูล และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตในระยะยาว . เมื่อเข้าสู่ปี 2024-2025 องค์กรใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทดลอง AI ผ่านการทำ Proof of Concept และทดสอบการใช้งานในหลายรูปแบบ แต่ในปี 2026 เป้าหมายได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน . “หมดคำถามแล้วว่าจะเอา AI มาทำอะไร แต่ต้องตอบให้ได้ว่าจะใช้ AI สร้าง Business Value อย่างไร” . ประโยคสั้นๆ นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านขององค์กรได้ชัดเจน ‘วรนุช’ ระบุว่า AI จะถูกผสานเข้าไปในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การพัฒนาซอฟท์แวร์ การปฏิบัติการด้านไอที โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยของระบบ โดยมีเป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพของแต่ละงาน แต่เพื่อยกระดับทั้งกระบวนการทำงานขององค์กร . แต่สำหรับ KBTG เธอมองว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดยังคงเป็น ‘คน’ มากกว่าเทคโนโลยี องค์กรจึงเดินหน้าสร้าง AI Literacy ให้กับพนักงานทุกคน ควบคู่กับการผลักดันองค์กรสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ผ่านการลงทุนด้านแพลตฟอร์มข้อมูล การฝึกอบรม การจัด Hackathon และการเปิดพื้นที่ให้พนักงานทดลองสร้าง AI Use Case ของตัวเอง . ‘วรนุช’ ยืนยันชัดว่า “AI ไม่ใช่ Expense แต่คือ Investment” พร้อมย้ำว่า คุณค่าของ AI จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรมีทั้งคน กระบวนการ และโครงสร้างที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง . [ องค์กรจะเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างไร ] . แต่การลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่า AI จะสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้จริง . ‘ดร. ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล’ Managing Director KBTG อธิบายว่า หากปีที่ผ่านมาเป็นยุคของ AI Copilot ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปี 2026 คือช่วงเวลาที่องค์กรต้องตอบคำถามเรื่อง AI ROI หรือ ‘ผลตอบแทน’ จากการลงทุนอย่างจริงจัง . KBTG จึงยังคงยึดแนวคิด Human-First, AI-First โดยมองว่า AI มีหน้าที่ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่เข้ามาแทนที่มนุษย์ ขณะเดียวกัน ทุกโครงการ AI จะต้องสามารถอธิบายได้ว่าจะสร้างคุณค่าอะไร และวัดผลความสำเร็จอย่างไร . ‘ทัดพงศ์’ อธิบายว่า คุณค่าของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดต้นทุน แต่ยังรวมถึงการเพิ่มรายได้ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และการลดความเสี่ยงขององค์กร ดังนั้นก่อนเริ่มทุกโครงการ KBTG จะกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่า ความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร และจะวัดผลด้วยตัวชี้วัดใด . อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการนำ AI ไปยกระดับ ‘กระบวนการ’ มากกว่าการช่วยทำ ‘งาน’ เป็นรายจุด ตัวอย่างคือการพัฒนา ‘AI-SDLC’ ที่นำ AI Agent เข้ามาช่วยตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบ เขียนโปรแกรม ทดสอบ ไปจนถึงการนำระบบขึ้นใช้งาน โดยยังมี ‘มนุษย์’ ทำหน้าที่กำกับในทุกขั้นตอน . แนวทางดังกล่าวช่วยให้ปีที่ผ่านมา KBTG เพิ่มผลิตภาพของทีมไอทีได้ประมาณ 8% หรือคิดเป็นมูลค่าที่หลีกเลี่ยงต้นทุนได้ราว 30 ล้านบาท และปีนี้องค์กรตั้งเป้ายกระดับตัวเลขดังกล่าวเป็น 15% . ‘ทัดพงศ์’ เล่าเพิ่มว่า คุณค่าของ AI ไม่ควรถูกวัดด้วยตัวเงินเพียงอย่างเดียว เพราะบางโครงการอาจสร้างผลลัพธ์ในรูปของอัตราการอนุมัติสินเชื่อที่ดีขึ้น อัตราหนี้เสียที่ลดลง หรือประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจเช่นเดียวกัน . เมื่อถูกถามว่าอะไรคืออุปสรรคสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร AI คำตอบของเขาคือ “คน” . แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่การปรับตัวของคนต้องอาศัยเวลา การ Reskill และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับทุกองค์กร . [ องค์กรจะทำให้ AI ปลอดภัย และใช้งานอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ] . แต่ยิ่ง AI เข้าไปอยู่ในทุกกระบวนการมากขึ้น ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม . ‘ชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์’ Vice Chairman & Group CISO KBTG มองว่า ปัจจุบันภัยคุกคามไม่ได้มาจากองค์กรที่ใช้ AI เพียงฝ่ายเดียว เพราะผู้ไม่หวังดีก็ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอีเมลฟิชชิงที่แนบเนียนขึ้น การใช้ Deepfake ปลอมแปลงตัวตน หรือการค้นหาช่องโหว่ของระบบได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม . ด้วยเหตุนี้ KBTG จึงแบ่งแนวทางด้าน AI Security ออกเป็นสองด้าน ได้แก่ ‘Cybersecurity for AI’ หรือการทำให้การใช้งานและการพัฒนา AI มีความปลอดภัย และ ‘AI for Cybersecurity’ ซึ่งเป็นการนำ AI มาใช้เสริมศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร . ในด้านแรก KBTG มีทั้งนโยบาย Responsible AI การกำหนดแนวปฏิบัติในการใช้งาน การป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหล การทำ AI Red Teaming และการทดสอบความปลอดภัยของโมเดลอย่างต่อเนื่อง . ขณะที่อีกด้านหนึ่ง องค์กรก็นำ AI มาช่วยประเมินความเสี่ยง ตรวจจับช่องโหว่ วิเคราะห์ภัยคุกคาม และทำงานซ้ำๆ ด้าน Cybersecurity เพื่อให้ตอบสนองต่อการโจมตีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น . อีกประเด็นที่ ‘ชัชวัฒน์’ ให้ความสำคัญคือ ‘Quantum Computing’ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบเข้ารหัสในช่วงปี 2030 หากเทคโนโลยีพัฒนาไปถึงจุดนั้น ระบบเข้ารหัสแบบ Public Key Encryption ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจถูกถอดรหัสได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที . เพราะหากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธนาคาร แต่รวมถึงการสื่อสารและการทำธุรกรรมออนไลน์ทั่วโลก . KBTG จึงเริ่มวางแผนรองรับมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าย้ายระบบสำคัญไปสู่มาตรฐาน Post-Quantum Cryptography ให้แล้วเสร็จก่อนปี 2029 พร้อมสำรวจระบบทั้งหมดเพื่อจัดลำดับความสำคัญของการปรับเปลี่ยน และออกแบบโครงสร้างที่สามารถเปลี่ยนวิธีเข้ารหัสได้อย่างรวดเร็วเมื่อมาตรฐานด้านความปลอดภัยเปลี่ยนแปลง . ‘ชัชวัฒน์’ เสริมว่า การเตรียมพร้อมรับยุค Quantum ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเทคโนโลยี แต่ยังต้องเตรียมบุคลากรให้เข้าใจระบบเข้ารหัส รู้ตำแหน่งของสินทรัพย์ดิจิทัล และสามารถปรับเปลี่ยนมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า ‘Crypto-agility’ . [ AI ไม่ใช่คำตอบ แต่การใช้ให้เกิดคุณค่าคือความได้เปรียบ ] . สิ่งที่ทั้ง 3 ผู้บริหาร KBTG สะท้อนตรงกันคือ AI ก้าวพ้นช่วงของการทดลองแล้ว และกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ . เมื่อ AI ไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป ความได้เปรียบขององค์กรจึงไม่ได้อยู่ที่การมี AI ก่อนใคร แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถเปลี่ยน AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้เร็วกว่า ปลอดภัยกว่า และยั่งยืนกว่า . #KBTG #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #เทคโนโลยี #DigitalTransformation #Cybersecurity #BrandedContent #BrandInside
Like this ad? Make it yours.
Crush rebuilds this exact creative around your product — your brand, your colors, your offer — in about a minute.




