

Inactive· since Apr 30, 2026
- 9
- days it ran
- 0
- relaunches
Ad copy
เพราะวิกฤติพลังงานจากสงคราม และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ได้มีผลกระทบแค่เรื่องน้ำมัน แต่ยังส่งผลเป็นลูกโซ่ ทั้งต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างการผลิตไฟฟ้า การขนส่ง ทำให้ต้นทุนพลังงานในไทยที่ภาคอุตสาหกรรม และพาณิชย์ต้องแบกรับสูงขึ้นรวมกันกว่า 202,885 ล้านบาท และผู้บริโภคทั่วประเทศ ก็ต้องเตรียมรับมือกับราคาสินค้าที่จะต้องปรับขึ้นตาม ในวิกฤติแบบนี้ องค์กรต่าง ๆ จะต้องปรับตัว และวางแผนเกี่ยวกับพลังงานอย่างรอบคอบ โดยการนำแนวคิด ESG มาปรับใช้ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้องค์กรฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง โดยสามารถเริ่มในเชิงปฏิบัติได้ทันที ด้วย 3 วิธีดังนี้ 1. ตรวจสอบ Carbon Audit เพื่อให้รู้ว่า Carbon Footprint ขององค์กรมาจากแหล่งใดบ้าง ต้องพึ่งพาน้ำมันมากน้อยแค่ไหน กระบวนการต่าง ๆ กินพลังงานเท่าใด และการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานส่งผลกระทบยังไงต่อองค์กรบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 2. วางแผน Energy Transition Roadmap วาง Roadmap ตั้ง Milestone ในการหาพลังงานทดแทนมาใช้ ก่อนเกิด Energy Crisis อาทิ การติดตั้ง Solar Rooftop หรือ Battery Energy Storage System 3. สื่อสารให้ดี ด้วย Sustainability Reporting เพื่อสื่อสารความพร้อมขององค์กร ครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเตรียมรับมือกับวิกฤติอื่น ๆ เช่น วิกฤติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤติ Supply Chain เพื่อให้นักลงทุนไว้วางใจได้ว่าแม้จะเกิดวิกฤติพลังงานหรือวิกฤติแบบไหน องค์กรก็พร้อมรับมือหลากหลายความเสี่ยงได้อย่างมั่นคง วิกฤติพลังงานในครั้งนี้ ยังไม่รู้ปลายทางว่าจะจบในเร็ววัน หรือยืดเยื้อจนส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อย ๆ การวางแผนการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ และหาพลังงานทดแทนตามหลัก ESG จึงเป็นแนวคิดที่สำคัญมากขึ้น ที่องค์กรต่าง ๆ ไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป ที่มา www.esgprothai.com #SCBWEALTH #ESG
Like this ad? Make it yours.
Crush rebuilds this exact creative around your product — your brand, your colors, your offer — in about a minute.







