

Inactive· since Jun 19, 2026
- 3
- days it ran
- 0
- relaunches
Ad copy
KBTG เปิดโลกดิจิทัล เจาะกลยุทธ์ AI ปี 2026 / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x KBTG KBTG ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2016 เพื่อเริ่มต้นเปลี่ยนโลกธุรกิจทางการเงินใหม่ผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน, การขยายสาขาในภูมิภาค, การเปลี่ยนผ่าน M.A.D ฯลฯ จนมาถึงตอนนี้ KBTG กำลังเข้าสู่ยุค AI-Infused Tech Power House สังเกตจากการเป็นธนาคาร Double Core เพิ่มขีดจำกัดความสามารถทางธุรกรรมทางการเงินกว่า 50% หรืออย่างการประหยัดต้นทุนกว่า 240 ล้านบาท ด้วย AI Assistants เป็นต้น ภาพที่หลายคนคุ้นเคยคือ จุดยืนของ KBTG ที่ว่า Human First, AI First สะท้อนว่า มนุษย์จะเป็นศูนย์กลางเสมอ และ AI จะเป็นเพียงเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ล่าสุด ยังประกาศจุดยืนใหม่ที่น่าสนใจคือ AI ควรถูกมองเป็น “การลงทุน (Investment)” ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย (Expense)” ภายใต้ความน่าสนใจนี้ กำลังถูกถ่ายทอดผ่าน 3 ผู้นำของ KBTG นำโดย นางวรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman มาพร้อม ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล Managing Director และนายชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ Vice Chairman & Group CISO เส้นทางอนาคตของ KBTG เป็นอย่างไร ? แล้วกลยุทธ์ธุรกิจด้าน AI พร้อมรับมือ Quantum ที่อาจส่งผลกระทบในปี 2030 แค่ไหน ? ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมานานกว่า 30 ปีแล้ว สำหรับ KBTG เริ่มนำ AI Analytic มาใช้ตั้งแต่ยุคแรกเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า จากนั้นได้พัฒนาเข้าสู่ยุค Deep Learning ซึ่งเป็นบริษัทแรก ๆ ในประเทศไทยที่พัฒนาระบบจดจำใบหน้า หรือ Facial Recognition เพื่อนำไปใช้ในธนาคารและส่งออกให้พันธมิตร พอมาถึงยุคปัจจุบันนี้ ก็พูดได้ว่าเป็นยุคของ Generative AI KBTG ได้สร้าง AI Ecosystem ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง MIT Media Lab รวมถึงมีการเทรน LLM หรือ Large Language Model ของตนเอง ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ KBTG ย้ำภาพมาตลอดอย่าง Human First, AI First แน่นอนว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นถูกการันตีด้วยรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัล World Changing Ideas 2025 for Future You, รางวัล The Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific หรือ รางวัล Data & AI Impact (World’s Top 3) ปัจจุบันภาพรวมการเติบโต KBank ให้บริการแล้วใน 7 ประเทศ คือ จีน, ฮ่องกง, เวียดนาม, อินโดนีเซีย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า, กัมพูชา และลาว ผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ที่คนไทยรู้จักกันดี ก็เช่น - K PLUS จำนวนผู้ใช้งานราว 24.5 ล้านบัญชี - MAKE by KBank จำนวนผู้ใช้งาน 4 ล้านบัญชี - เหมียวจด จำนวนผู้ใช้งาน 600,000 ราย - AINU การพัฒนาเทคโนโลยี Face Recognition ยืนยันตัวตนที่ถูกนำไปใช้งานทั้งใน K PLUS และกับพันธมิตรทางธุรกิจ ระบบ AI ขั้นสูงที่มีลูกค้ากว่า 30 ล้านราย แล้ว KBTG วาดภาพที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 อย่างไร ? จริง ๆ แล้ว KBTG ต้องการปรับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure), การทำงานร่วมกันระหว่างคนและ AI และเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัย (Security) เพื่อรองรับผลกระทบจาก Quantum ที่กำลังมาถึง จุดที่น่าสนใจคือ กลยุทธ์ AI 5+P ประกอบด้วย - AI for Banking Business - AI for IT Delivery and Operation ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2026 ก็เช่น Multi Agent การทำงานของมนุษย์ควบคู่กับ AI ที่หลากหลาย เป็นต้น - AI Platformization and Governance - AI Ecosystem and Partnership จากการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เช่น ด้าน Al Research for Regional Development กับ Google เป็นต้น - AI Venture and Innovation Products ส่วน P ย่อมาจาก People ที่เชื่อว่าบุคลากรทำงานจะสามารถเปลี่ยนไอเดียมาเป็นโซลูชันที่ขยายขนาด และสร้างการเติบโตในภาคธุรกิจได้จริง สะท้อนจากภาพรวมผลลัพธ์ที่ดี เช่น - 100% หลักสูตรฝึกอบรมโปรแกรม Reskill ด้าน AI สำเร็จ - 90% ปรับใช้ AI ด้าน SDLC หรือ Software Development Lifecycle - 30+ Use Case ด้าน AI ที่สร้างผลกระทบต่อรายได้และประสิทธิภาพการทำงานของ KBank และ KBTG KBTG ยังมองว่าความท้าทายในตอนนี้คือ การวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของ AI ที่ถูกมองว่า AI ควรถูกมองเป็น “การลงทุน (Investment)” ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย (Expense)” ภายใต้เป้าหมาย Productivity 15% ไม่ได้หมายถึงการลดคอสต์หรือตัดคนออก แต่ทำให้กระบวนการพัฒนาระบบ (SDLC) ตั้งแต่ต้นจนจบสั้นลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างในปี 2025 ที่ผ่านมา KBTG ใช้ AI (Coding Assist) ช่วยเขียนโคด ทำให้ Productivity เพิ่มขึ้น 8% โดย AI เขียนโคดให้ประมาณ 21 ล้านบรรทัด หรือคิดเป็น 10% ของทั้งหมด ส่วนในปี 2026 นี้ กำลังสร้าง AI Agent เข้ามาช่วยทำงานตลอดกระบวนการ Design, Build, Test ซึ่งผ่านไปเพียง 5 เดือน โคดที่เขียนด้วย AI โตขึ้นเป็น 41 ล้านบรรทัด คิดเป็น 15% ของทั้งหมด เบื้องต้นตั้งเป้างบลงทุนด้าน IT เฉลี่ย 15,000 ล้านบาทต่อปี แล้วกลยุทธ์ด้าน AI ของ KBTG เป็นอย่างไร ? KBTG ตั้งเป้าว่าในปี 2026 นี้ จะให้ความสำคัญกับคุณค่า (Value) แต่ละ AI Use Case เพื่อผลิตคุณค่าที่จับต้องได้จริง ซึ่งถ้าสังเกตกรอบการประเมินมูลค่า AI ของ KBTG ในปัจจุบัน จะแบ่งเป็น 9 รูปแบบ ตามหลักการของ Forrester ซึ่งประกอบด้วย 2 แกนหลัก คือ แกนที่ 1 Value Creation สร้างมูลค่าที่จุดไหน แบ่งเป็น - Productivity ในส่วน Back Office - Engagement ในส่วน Front Office - Strategy ในส่วนของการวางแผน แกนที่ 2 Value Capture วัดผลเป็นมูลค่าอย่างไร แบ่งเป็น - การเพิ่มรายได้ (Top Line) - การลดค่าใช้จ่าย (Bottom Line) - การลดความเสี่ยง (Risk Management) โดยตัวอย่างกระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นในปีนี้ จะเป็นการ Redesign ที่คำนึงถึงการนำ AI มาสร้างประโยชน์ใหม่ ๆ เช่น การนำ AI มาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ไม่ใช่แค่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง หรือการทำงานระหว่างมนุษย์ควบคู่กับ AI ในลักษณะ Cowork ไม่ใช่แค่ที่ปรึกษา เป็นต้น ที่สำคัญคือ ต้องเข้าใจสูตรสำเร็จ V = (P+P+P)E ที่ย่อมาจาก Value, Process, People, Platform และ Experimentation สะท้อนว่า คุณค่าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกระบวนการ, บุคลากร และแพลตฟอร์ม สามารถผสานรวมกันได้อย่างลงตัว ภายใต้การทดลองที่นำไปใช้งานได้จริง นั่นเอง อย่างไรก็ตาม โลกของดิจิทัลคาดการณ์กันว่า Quantum อาจส่งผลกระทบในปี 2030 คล้ายกับยุค Y2K จุดนี้เองทำให้ KBank เริ่มปรับโครงสร้างการเข้ารหัสให้เป็นแบบทนทานต่อควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC) ตั้งเป้าต้องสำเร็จภายในปี 2029 ภายใต้การกำกับที่ดี (Governance) ของ KBTG แบ่ง AI Security ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ 1. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านไซเบอร์ หรือ Strengthen Cyber Capacity ภัยคุกคามพื้นฐานอย่าง Ransomware, Phishing, Data Breach และ DDoS ยังคงเกิดขึ้นทุกวันและมีจำนวนเพิ่มขึ้น องค์กรต้องวางรากฐานให้แน่น (Foundation) โดยต้องรู้ว่าสินทรัพย์ (Asset) ของตนอยู่ที่ไหนเพื่อปกป้องได้ถูกต้อง และเนื่องจากโจรใช้ AI โจมตี องค์กรจึงต้องลงทุนในเทคโนโลยีและนำ AI มาใช้สู้กลับ เพื่อยกระดับความเร็วในการตรวจจับและป้องกัน 2. การจัดการเชิงรุกสำหรับเทคโนโลยีใหม่ หรือ Proactive for Emerging Threats ธนาคารส่งเสริมให้พนักงานใช้ AI แต่กำหนดนโยบาย (Do’s & Don’ts) อย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามนำข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวป้อนลงใน AI พร้อมทั้งมีระบบกรองข้อมูลเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล โดยมีการจัดตั้ง AI Governance และกำหนดหลักการ Responsible AI (น่าเชื่อถือ, โปร่งใส, ตรวจสอบได้, ไม่มีความลำเอียง, รักษาความเป็นส่วนตัว) โดยมีการสื่อสารให้ความรู้พนักงานอย่างต่อเนื่อง 3. การจัดการความเสี่ยงด้วย Third Party ด้วยการยกระดับด้านความปลอดภัยด้วยบุคคลที่ 3 อย่างเช่น การจัดทำแผนซักซ้อมร่วมกับ Third Party เพื่อเตรียมวิธีรับมือที่ชัดเจนหากธุรกิจของพาร์ตเนอร์ถูกแฮก เป็นต้น สุดท้ายนี้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ คือกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนไปสู่อนาคต แม้บุคลากร Cyber Security เป็นสายงานที่หาตัวคนได้ยาก แต่สำหรับ KBTG ไม่ใช่แค่จะมี Bootcamp แต่ยังมีการฝึกอบรมพัฒนาทักษะทั้ง Upskill และ Reskill เพื่อจะสร้างให้เกิดเป็นคอมมิวนิตี ผลักดันบุคลากรเหล่านี้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน และพร้อมร่วมงานกับ KBTG ถึงตรงนี้ คงเห็นเส้นทางทั้งหมดที่ KBTG กำลังจะมุ่งไปในปี 2026 นี้ ตอกย้ำจุดยืน AI ควรถูกมองเป็น “การลงทุน (Investment)” ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย (Expense)” เพื่อก้าวทันโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมว่าแกนหลัก Human First, AI First เพราะเชื่อว่า มนุษย์คือศูนย์กลาง ที่มี AI เป็นเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น นั่นเอง.. Reference - งาน Exclusive Roundtable with KBTG Executives
Like this ad? Make it yours.
Crush rebuilds this exact creative around your product — your brand, your colors, your offer — in about a minute.






