

Active· since Jan 15, 2026
- 239
- days running
- 0
- relaunches
Ad copy
😢 บทเรียนเศร้าจากข่าวร้าย… เมื่อการ "ทำงานกะดึก" อาจแลกมาด้วยชีวิต หากเรามองข้ามเสียงเตือนของร่างกาย จากข่าวเศร้าล่าสุดที่สร้างความตกใจให้กับพวกเราทุกคน กรณีพยาบาลสาววัยเพียง 30 ปี ที่เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายขณะปฏิบัติหน้าที่เวรดึก เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวร้าย แต่เป็น "สัญญาณเตือน" ครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปถึงคนทำงานทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องทำงานเป็นกะ (Shift Work) ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานร้านสะดวกซื้อ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรืออาชีพใดก็ตามที่ต้องใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาธรรมชาติ วันนี้เราอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจร่างกายตัวเองให้ลึกซึ้งขึ้น ก่อนที่ความทุ่มเทจะกลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวค่ะ ⏰ ทำไมการ "อดนอน-เข้าเวร" ถึงอันตรายกว่าที่เราคิด หลายคนอาจคิดว่า "อายุยังน้อย ร่างกายยังไหว" หรือคิดว่าการนอนชดเชยตอนกลางวันก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาด้วยระบบที่ซับซ้อนกว่านั้นค่ะ เรามีสิ่งที่เรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ (Biological Clock) ที่คอยควบคุมวงจรการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย (Circadian Rhythms) ให้สอดคล้องกับแสงสว่างและความมืด เมื่อเราฝืนธรรมชาติด้วยการ ตื่นทำงานในตอนที่ร่างกายต้องการซ่อมแซม และ พยายามหลับในตอนที่ร่างกายตื่นตัว ระบบฮอร์โมน ระบบประสาท และหัวใจจะเกิดความสับสนและรวนไปทั้งระบบค่ะ 💣 "โรคประจำตัวแฝง" ระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน ประเด็นสำคัญจากข่าวนี้ที่น่ากังวลที่สุดคือ "โรคประจำตัวแฝง" ค่ะ หลายคนอาจมีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว เพราะในชีวิตปกติอาการเหล่านี้อาจจะไม่แสดงออก แต่เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นจากการทำงานเป็นกะเหล่านี้ อาการที่ซ่อนอยู่จึงปะทุขึ้นมาค่ะ 1️⃣ ความเครียดของฮอร์โมน เมื่อเราอดนอนหรือทำงานกลางคืน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง คอร์ติซอล (Cortisol) และ อะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมาตลอดเวลาเพื่อกระตุ้นให้เราตื่นตัว ฮอร์โมนเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น บีบตัวแรงขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้นโดยที่เราไม่ได้พักค่ะ 2️⃣ หัวใจที่ไม่ได้หยุดพัก ปกติแล้วช่วงเวลานอนหลับคือช่วงเวลาที่หัวใจจะได้เต้นช้าลงและลดภาระการทำงาน แต่การทำงานกะดึกทำให้หัวใจต้อง "เร่งเครื่อง" ตลอด 24 ชั่วโมง หากใครมีภาวะหัวใจผิดปกติแฝงอยู่ การทำงานหนักต่อเนื่องเช่นนี้อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายฉับพลันได้เหมือนในข่าวค่ะ 🩺 อาการเตือนภัย ที่คนทำงานกะห้ามมองข้าม ร่างกายของเรามักจะส่งสัญญาณเตือนเสมอค่ะ เพียงแต่เรามักจะคิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" หรือ "แค่อดนอนธรรมดา" ลองสำรวจตัวเองดูนะคะว่ามีอาการเหล่านี้บ้างไหม ▪️ ใจสั่น เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้จะออกแรงเพียงเล็กน้อย ▪️ เจ็บแน่นหน้าอก หรือรู้สึกอึดอัดบริเวณลิ้นปี่ ▪️ วูบ หน้ามืด บ่อยครั้งหลังการเข้าเวร ▪️ นอนไม่หลับเรื้อรัง หรือหลับๆ ตื่นๆ จนรู้สึกเพลียตลอดเวลา ▪️ ระบบย่อยอาหารรวน เช่น ท้องอืด กรดไหลย้อน หรือปวดท้องบ่อยๆ 🛡️ ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเลี่ยง "กะดึก" ไม่ได้ เราเข้าใจดีค่ะว่าภาระหน้าที่ทำให้เราไม่สามารถเลือกเวลาทำงานได้ แต่เราสามารถปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงและถนอมร่างกายให้ดีที่สุดได้ค่ะ ① สร้างวินัยการนอนให้เหมือนยารักษาโรค 🛌 การนอนไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดค่ะ ช่วงที่ต้องนอนกลางวัน ขอให้จริงจังกับการจัดห้องนอนให้ "มืดสนิท" และ "เงียบที่สุด" เพื่อหลอกร่างกายว่าเป็นกลางคืน หากจำเป็นให้ใช้ผ้าปิดตาและที่อุดหู เพราะความมืดจะช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมา ซึ่งช่วยให้การนอนมีคุณภาพและซ่อมแซมเซลล์ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ② อาหารคือเชื้อเพลิง ไม่ใช่ยาพิษ 🥗 หลีกเลี่ยงการทานมื้อหนักๆ หรืออาหารรสจัดในช่วงกลางดึก เพราะระบบย่อยอาหารทำงานต่ำลงในช่วงเวลานั้น การกินมื้อดึกหนักๆ จะทำให้เกิดกรดไหลย้อนและเพิ่มภาระให้ร่างกาย แนะนำให้ทานโปรตีนย่อยง่าย ผักผลไม้ และงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือน้ำตาลสูงก่อนจบกะงาน เพื่อให้กลับไปนอนหลับได้ง่ายขึ้นค่ะ ③ ตรวจสุขภาพเชิงรุก ไม่ใช่รอป่วยแล้วค่อยไป 🏥 สำหรับคนทำงานเป็นกะ การตรวจสุขภาพประจำปีแบบทั่วไปอาจไม่เพียงพอค่ะ ควรเน้นการตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และตรวจระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดอย่างละเอียด หากพบความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาดค่ะ ④ ฟังเสียงร่างกายและให้เวลากับความสุข 🧘♀️ อย่าลืมหาเวลาผ่อนคลายความเครียด พูดคุยกับคนรอบข้าง หรือทำกิจกรรมที่ชอบบ้าง เพราะสุขภาพใจที่ดีย่อมส่งผลให้สุขภาพกายแข็งแรง และที่สำคัญที่สุด หากรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหว "การพัก" คือสิ่งที่จำเป็นที่สุด ไม่ใช่ความอ่อนแอค่ะ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของพยาบาลผู้เสียสละ และขอส่งกำลังใจให้คนทำงานกะดึกและบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านนะคะ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนหันกลับมาดูแล "หัวใจ" และร่างกายของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น เพราะไม่ว่างานจะสำคัญแค่ไหน แต่ "ชีวิตและสุขภาพ" ของคุณ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ 🤍 ที่มาและข้อมูลอ้างอิง: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/shift-work/ https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/shift-work-ผลกระทบต่อสุขภาพจากทำ/ https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/shift-work #ทำงานกะดึก #นาฬิกาชีวิต
Like this ad? Make it yours.
Crush rebuilds this exact creative around your product — your brand, your colors, your offer — in about a minute.


